รู้หรือไม่ว่าภาวะโลหิตจางเป็นภาวะโลหิตวิทยาที่พบบ่อยที่สุดในประชากรทั่วโลก ทั้งในประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะในเด็กที่มักพบภาวะโลหิตจางเนื่องจากขาดสารอาหารและในผู้หญิงที่เสียธาตุเหล็กในช่วงที่มีประจำเดือนในทุกๆเดือนจึงมีโอกาสในการเกิดภาวะโลหิตจางเนื่องจากขาดธาตุเหล็กได้มากกว่าผู้ชาย จึงเรียกได้ว่าภาวะโลหิตจางเป็นภาวะเกิดขึ้นได้ง่ายๆแต่ตัวผู้ป่วยเองมักจะไม่รู้ตัว การเจอว่ามีภาวะโลหิตจางนั่นมักจะมีสาเหตุบางอย่าง ภาวะโลหิตไม่นับว่าเป็นโรคโดยตรงแต่เป็นเหมือนอาการบอกเหตุว่าคุณอาจมีโรคร้ายซ่อนอยู่ ดังนั้นเราจึงควรตามหาสาเหตุของภาวะโลหิตจางเพื่อหาวิธีการรักษาที่ตรงจุดยิ่งขึ้น

ภาวะโลหิตจางคืออะไร

ภาวะโลหิตจางหรือที่หลายคนเรียกว่า ภาวะซีด เป็นภาวะที่ร่างกายสร้างเม็ดเลือดแดงน้อยกว่าปกติซึ่งทำให้เม็ดเลือดแดงที่มีหน้าที่ในการขนส่งออกซิเจนจากปอดไปยังเนื้อเยื่อต่างๆทำงานได้น้อยลงส่งผลให้อวัยวะและเนื้อเยื่อได้รับออกซิเจนลดลงและเกิดการสะสมคาร์บอนไดออกไซด์จึงเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการผิดปกติต่างๆ เช่น รู้สึกเหนื่อยง่าย ร่างกายอ่อนเพลีย หงุดหงิดง่าย เป็นต้น

สาเหตุของภาวะโลหิตจาง

สาเหตุที่ 1 มีการสร้างเม็ดเลือดแดงน้อยลง มักมีสาเหตุมาจากการขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือดแดง ได้แก่ ธาตุเหล็ก วิตามินบี 12 และโฟเลต โดยเฉพาะในผู้ที่รับประทานอาหารมังสวิรัติ ผู้หญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตรมักจะมีภาวะขาดธาตุเหล็กจึงเป็นกลุ่มที่ควรระวังเป็นพิเศษ และมักพบในทารกที่ไม่รับประทานนมแม่ เนื่องจากนมแม่มีปริมาณธาตุเหล็กที่เหมาะสมสำหรับทารกอยู่แล้ว หรือป่วยเป็นโรคที่ส่งผลต่อการสร้างเซลล์เม็ดเลือด เช่น โรคไขกระดูกฝ่อ มะเร็งเม็ดเลือดขาว เป็นต้น

สาเหตุที่ 2 การที่เม็ดเลือดแดงถูกทำลายหรือแตกเร็วกว่าปกติ ภาวะนี้มักเกิดจากโรคทางพันธุกรรม เช่น โรคธาลัสซีเมีย โรคเม็ดเลือดแดงแตกง่ายจากการขาดเอนไซม์ G-6PD และโรคโลหิตจางที่มีรูปร่างเม็ดเลือดแดงผิดปกติ (Sickle Cell Anemia)

สาเหตุที่ 3 การเสียเลือดไปมากอย่างเฉียบพลัน เช่น การเกิดอุบัติเหตุที่เสียเลือดมาก การคลอดบุตร การตกเลือด หรือการเสียเลือดแบบเรื้อรัง เช่น ผู้หญิงที่เสียเลือดมากตอนมีประจำเดือน ผู้ที่มีแผลในทางเดินอาหาร หรือผู้ที่ป่วยเป็นโรคเรื้อรังที่ก่อให้เกิดการเสียเลือดอย่างโรคริดสีดวงหรือโรคพยาธิปากขอ เป็นต้น

เช็คอาการของภาวะโลหิตจาง

  1. เริ่มมีคนทักว่าตัวซีดหรือตัวเหลืองขึ้น
  2. รู้สึกเหนื่อยง่าย แม้ออกแรงเพียงเล็กน้อยหรือขณะที่อยู่เฉยๆ
  3. อ่อนเพลีย เวียนศีรษะและมีอาการหน้ามืดบ่อยๆ
  4. มีอาการปวดขา เดินได้ไม่ไกล ต้องหยุดพักบ่อยๆ
  5. สมองล้า หลงลืมง่าย นอนไม่หลับ
  6. หากอาการรุนแรงอาจทำให้เกิดภาวะหัวใจทำงานมากขึ้นจนถึงขั้นหัวใจล้มเหลวได้

ดูแลตัวเองยังไงให้ห่างไกลจากภาวะโลหิตจาง

  • รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสม โดยเน้นอาหารกลุ่มโปรตีนและอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง ได้แก่ ไข่ ตับ และเมล็ดธัญพืช เช่น ถั่ว เมล็ดฟักทอง ลูกเดือย เป็นต้น
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • ลดการบริโภคเครื่องดื่มประเภทชา กาแฟ เนื่องจากชาและกาแฟจะไปขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็กของร่างกาย
  • ดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมคือ ประมาณ 8-10 แก้วต่อวัน เพื่อไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ
  • หมั่นตรวจความสมบูรณ์ของเลือด เช่น การวัดปริมาตรความเข้มข้นของฮีโมโกลบิน การตรวจดูรูปร่างและขนาดของเม็ดเลือดแดง เป็นต้น จะได้รู้ว่าเลือดของคุณมีความผิดปกติอยู่หรือไม่

เสริมด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือด

  • ธาตุเหล็ก โดยปกติร่างกายของเราจะใช้ธาตุเหล็กในการสร้าง hemoglobin ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของเม็ดเลือดแดงที่มีหน้าที่ขนส่งออกซิเจนและสารอาหารต่างๆไปเลี้ยงเซลล์ในร่างกาย ทั้งยังช่วยนำของเสียออกจากเซลล์เหล่านั้นอีกด้วย เมื่อขาดธาตุเหล็กส่งผลให้ปริมาณเม็ดเลือดแดงในร่างกายกว่าปกติ เซลล์ต่างๆในร่างกายก็จะได้รับออกซิเจนและสารอาหารน้อยลงตามไปด้วย ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะโลหิตจางและความผิดปกติต่างๆนั่นเองค่ะ โดยอาหารที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ได้แก่ เครื่องในสัตว์ เช่น ตับ หอย ไข่ไก่ เนื้อสัตว์ ผักใบเขียวและถั่วต่างๆ
  • กรดโฟลิคหรือโฟเลต จัดอยู่ในกลุ่มวิตามินบีที่ละลายน้ำได้ มีบทบาทเกี่ยวกับกระบวนการสร้างเม็ดเลือดแดง การเจริญเติบโตและระบบสืบพันธุ์ นอกจากนี้โฟเลตยังเป็นโคเอนไซม์สำคัญในการสังเคราะห์พิวรีน ไพริมิดีน เพื่อเสริมสร้างและซ่อมแซมสารพันธุกรรม DNA และ RNA ปริมาณโฟเลตอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทยคือ 400 ไมโครกรัม หากร่างกายได้รับโฟเลตจากอาหารไม่เพียงพอจะส่งผลให้เกิดภาวะโลหิตจางได้ โดยอาหารที่อุดมไปด้วยโฟเลต ได้แก่ ผักใบเขียว ถั่ว ไข่ อโวคาโด เป็นต้น
  • วิตามินบี 12 วิตามินที่มีบทบาทสำคัญเกี่ยวกับการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงและการสังเคราะห์ DNA ในระยะที่เซลล์มีการแบ่งตัว หากร่างกายขาดวิตามินบี12 จะส่งผลให้กระบวนการสังเคราะห์ DNA เกิดขึ้นอย่างไม่สมบูรณ์และเซลล์ที่เกิดใหม่มีรูปร่างที่ผิดปกติไปหรือที่เรียกว่า “megaloblasts” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของภาวะโลหิตจาง ดังนั้นจึงควรเสริมวิตามินบี12 ด้วยการทานอาหารที่มีวิตามินบี12 สูง ได้แก่ นม ตับ ข้าวซ้อมมือ ถั่วหมัก ผักใบเขียวแก่ เป็นต้น
  • วิตามินเอและวิตามินซี การทานวิตามินซีร่วมกับธาตุเหล็กจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กจากอาหารและนำไปใช้ได้มากขึ้น จึงมักแนะนำให้ทานธาตุเหล็กพร้อมน้ำส้ม น้ำมะนาวหรือผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวเนื่องจากวิตามินซีเหล่านี้จะช่วยเพิ่มสภาวะความเป็นกรดในกระเพาะอาหารซึ่งเป็นสภาวะที่เหมาะสมสำหรับการดูดซึมธาตุเหล็ก ส่วนวิตามินเอจะมีส่วนช่วยกระตุ้นการสร้างโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับการนำธาตุเหล็กไปใช้และสะสมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น วิตามินทั้ง 2 จึงช่วยลดโอกาสการเกิดภาวะโลหิตจางได้

 

ภาวะโลหิตจางเป็นเรื่องใกล้ตัวที่หลายๆคนมองข้ามและคิดว่าไม่ได้เป็นภาวะที่อันตราย แต่อันจริงแล้วภาวะโลหิตจางนี่แหละที่เป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายที่ซ่อนอยู่ ดังนั้นภาวะโลหิตจางจึงเป็นภาวะที่เราไม่ควรมองข้ามอีกต่อไปและจะต้องตามหาสาเหตุของอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน สำหรับผู้อ่านที่มีความสนใจที่จะผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ช่วยบำรุงเลือดและลดภาวะโลหิตจางหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญ สามารถสอบถามได้ทาง Line: @MillionLab นะคะ สามารถปรึกษาได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมค่ะ

หากคุณสนใจผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากโรงงาน รับผลิตอาหารเสริม ที่ได้รับมาตรฐาน Codex GHPs และ HACCP  จากบริษัท URS ประเทศอังกฤษ ได้รับรางวัลธุรกิจยอดเยี่ยมจาก ASEAN BUSINESS AWARD ประเทศสิงคโปร์ และคิดค้นสูตรโดยทีมเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สายตรงกว่า 10 ปี

สามารถคลิกที่ เว็บไซต์นี้  ได้เลยค่ะ

References

  1. Lane, D. J., Jansson, P. J., & Richardson, D. R. (2016). Bonnie and Clyde: Vitamin C and iron are partners in crime in iron deficiency anaemia and its potential role in the elderly. Aging, 8(5), 1150–1152. https://doi.org/18632/aging.100966
  2. Li, N., Zhao, G., Wu, W., Zhang, M., Liu, W., Chen, Q., & Wang, X. (2020). The Efficacy and Safety of Vitamin C for Iron Supplementation in Adult Patients With Iron Deficiency Anemia: A Randomized Clinical Trial. JAMA network open, 3(11), e2023644. https://doi.org/10.1001/jamanetworkopen.2020.23644
  3. Nguyen M, Tadi P. Iron Supplementation. [Updated 2022 Jul 4]. In: StatPearls [Internet]. Treasure Island (FL): StatPearls Publishing; 2022 Jan-. Available from: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK557376/