ในปัจจุบัน โทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟนกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันที่คนส่วนใหญ่ขาดไม่ได้ เรียกได้ว่าเป็นอวัยวะที่ 33 เลยก็ว่าได้ การหลีกเลี่ยงหรือลดการใช้งานสมาร์ทโฟนจึงเป็นเรื่องแทบเป็นไปไม่ได้ ยังไม่รวมถึงการใช้งานคอมพิวเตอร์ในการทำงานสำหรับพนักงานออฟฟิศและพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 การทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) หรือการเรียนออนไลน์ (Online Studying) จึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้ผู้คนจำนวนมากต้องใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับหน้าจอ

การใช้สายตาติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ๆ ทำให้หลายคนเกิดอาการตาล้า ปวดกระบอกตา หรือตาแห้ง หากปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ ไม่รีบดูแลรักษา อาจก่อให้เกิดโรคเกี่ยวกับดวงตาได้ เช่น ต้อกระจก ต้อหิน โรคจอประสาทตาเสื่อม โรคความผิดปกติทางสายตา เป็นต้น

วันนี้ MillionLab จะพาไปรู้จักกับความมหัศจรรย์ของลูทีน (Lutein) พระเอกในการปกป้องดวงตาของเราจากการเสื่อมก่อนวัยอันควรและจากการใช้งานสายตาอย่างหนักในแต่ละวันค่ะ

รู้จักกับลูทีน

ลูทีนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระและสารต้านการอักเสบในกลุ่มแคโรทีนอยด์ (Carotenoids) ที่สามารถพบได้มากในจอประสาทตา เป็นสารที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ และต้องได้รับจากการรับประทานอาหารเท่านั้น ลูทีนมีส่วนช่วยปกป้องดวงตาจากโรคตา เช่น โรคจุดรับภาพเสื่อมในผู้สูงอายุ (Age-related macular degeneration, AMD) โรคเบาหวานขึ้นตา สายตาสั้น และต้อกระจก เป็นต้น[1]

บริษัท พีเอชอาร์ มิลเลี่ยน แลบ จำกัด  ได้รับมาตรฐาน GMP CODEX จากบริษัท URS ประเทศอังกฤษ ได้รับรางวัลธุรกิจยอดเยี่ยมจาก ASEAN BUSINESS AWARD ประเทศสิงคโปร์ และคิดค้นสูตรโดยทีมเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สายตรงกว่า 10 ปี

(ณวัฒน์ วัฒนชัย, NA)

สรรพคุณของลูทีน[1][2]

  1. ดูแลและปกป้องจอประสาทตาจากการเสื่อมและจากโรคตา
  2. ดูแลและปกป้องดวงตาจากแสงสีฟ้า (Blue light) และจากการใช้งานหนัก
  3. ชะลออาการขี้หลงขี้ลืม การถดถอยของสมองในส่วนของความจำ
  4. ช่วยคงประสิทธิภาพการทำงานของเส้นประสาทในสมอง
  5. ช่วยลดระดับความดันเลือด และลดระดับไขมันไม่ดี (Low density lipoprotein, LDL) และไขมันไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides) ในหลอดเลือด
  6. ช่วยลดระดับไซโตไคน์ (Cytokines) ชนิดที่ก่อให้เกิดการอักเสบในหลอดเลือด และช่วยเพิ่มระดับไซโตไคน์ชนิดที่ช่วยยับยั้งการอักเสบ
  7. ช่วยชะลอการหดสั้นลงของโครโมโซมเทโลเมียร์ (Telomere) ส่งผลให้ช่วยชะลอความเสื่อมและความแก่ของเซลล์ในร่างกาย

แหล่งอาหารที่มีลูทีนในปริมาณมาก

ธัญพืชบางชนิดมีลูทีนอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น ข้าวสาลีเอนคอน์น (Einkorn) ซึ่งเป็นธัญพืชโบราณ ข้าวสาลีดูรัม (Durum wheat) และข้าวโพดมีปริมาณลูทีนอยู่มาก โดยข้าวโพดมีลูทีนประมาณ 21.9 ไมโครกรัม/กรัม ในแป้งข้าวโพด รวมถึงอาหารแปรรูปที่ทำจากข้าวโพดก็มีปริมาณลูทีนสูงเช่นกัน ธัญพืชมีปริมาณลูทีนประมาณ 5.4-7.4 ไมโครกรัม/กรัม นอกจากนี้ แหล่งอาหารที่สำคัญสำหรับลูทีนยังมีไข่และผักใบเขียว[3]

ปริมาณที่ควรรับประทานต่อวัน ผลในระยะยาว

ไม่มีขั้นต่ำที่ควรรับประทานในแต่ละวัน แต่มีงานวิจัยจำนวนมากที่รายงานถึงประโยชน์ที่จะได้รับ หากรับประทานลูทีนในปริมาณที่เพียงพอต่อวัน โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ลูทีนได้รับการรับรองว่ามีความปลอดภัย แม้รับประทานติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน[1][3] โดยปริมาณที่องค์การอาหารและยาแห่งประเทศไทยกำหนด คือ ปริมาณลูทีนรวมกับซีแซนทีน (Zeaxanthin) ต้องไม่เกิน 20 มิลลิกรัม/วัน

          จะเห็นได้ว่าลูทีนมีประโยชน์ต่อดวงตาของเราเป็นอย่างมาก จึงควรรับประทานให้เพียงพอในแต่ละวัน การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่แนะนำ ดังนั้น หากสนใจผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเกี่ยวกับดวงตา สามารถติดต่อมาพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญได้ที่ Line: @MillionLab ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ

 


 

References

  1. Li LH, Lee JC, Leung HH, Lam WC, Fu Z, Lo ACY. Lutein Supplementation for Eye Diseases. Nutrients. 2020;12(6):1721. Published 2020 Jun 9.
  2. Buscemi S, Corleo D, Di Pace F, Petroni ML, Satriano A, Marchesini G. The Effect of Lutein on Eye and Extra-Eye Health. Nutrients. 2018;10(9):1321. Published 2018 Sep 18.
  3. Abdel-Aal el-SM, Akhtar H, Zaheer K, Ali R. Dietary sources of lutein and zeaxanthin carotenoids and their role in eye health. Nutrients. 2013;5(4):1169-1185. Published 2013 Apr 9.
  4. ณวัฒน์ วัฒนชัย. โรคจุดรับภาพเสื่อมในผู้สูงอายุ (Age-related Macular Degeneration) AMD. Accessed from: https://sriphat.med.cmu.ac.th/th/knowledge-179