ใครบ้างไม่อยากมีผิวสวยออร่า! เพราะผิวเป็นประตูบานแรกที่สะท้อนถึงการดูแลตัวเอง แต่สำหรับสาวๆบางคนการมีผิวเนียนกระจ่างใสก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ดูแลดีแค่ไหนผิวก็ยังไม่สวยอย่างที่หวังสักที ก็เพราะมีหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหาผิวและล้วนเป็นปัจจัยที่ยากจะควบคุม อย่างรังสี UV จากแสงแดด ฝุ่นควัน มลภาวะต่างๆ การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ ความเครียดสะสมและฮอร์โมน เป็นต้น จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้สาวๆต้องให้ความสำคัญกับการดูแลผิวพรรณมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้สกินแคร์และเครื่องสำอาง การทำความสะอาดผิวหน้าอย่างถูกวิธี เป็นต้น นอกจากการดูแลผิวจากภายนอกแล้ว การดูแลผิวพรรณจากภายในก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์และการปรับพฤติกรรมอื่นๆที่ส่งผลต่อสุขภาพผิว อย่างเช่น การพักผ่อนให้เพียงพอ ทำกิจกรรมที่ผ่อนคลายเพื่อลดความเครียด และการออกกำลังกายเป็นประจำ เป็นต้น วันนี้ Million Lab จะพาทุกคนมารู้จักกับสารสกัดที่ได้ชื่อว่าเป็น “อาหารของผิว” มาดูแลผิวด้วยโภชนาการที่ดีกัน

White Tomato Extract หรือ สารสกัดจากมะเขือเทศสีขาว ต่างจากมะเขือเทศสีแดงยังไง?

ทุกคนน่าจะรู้จักสารในกลุ่ม carotenoid กันดีอยู่แล้ว ซึ่งเป็นสารที่ให้สีส้มและแดงในพืช พบได้ในผักและผลไม้ที่มีสีส้มแด งอย่างแครอท มะเขือเทศสีแดง ฟักทอง และมะละกอ เป็นต้น สำหรับสารสกัดจากมะเขือเทศสีขาวอุดมไปด้วยสาร phytoene, phytofluene และ carotenoid ที่ไม่สีอื่นๆ ซึ่งจะแตกต่างจาก carotenoid ชนิดที่มีสี โดย carotenoid ที่ไม่มีสีในมะเขือเทศสีขาวเป็นสารที่ไม่สามารถดูดกลืนแสงสีขาวที่ตามองเห็นได้และสามารถดูดซึมรังสีที่คลื่นความถี่ต่ำหรือสูงกว่าได้ ซึ่งคือรังสี UVA และ UVB จากแสงแดดนั่นเอง phytoene และ phytofluene ในมะเขือเทศสีขาวจะทำหน้าที่เสมือนครีมกันแดดที่จะช่วยปกป้องผิวจากการทำลายของแสงแดด

กลไกช่วยผิวกระจ่างใสของสารสกัดจากมะเขือเทศสีขาว

ความหมองคล้ำของผิวและจุดด่างดำต่างๆ มีสาเหตุมาจากการที่เม็ดสีผิวโทนสีน้ำตาลถูกผลิตออกมามากเกินไป โดยส่วนมากมักถูกกระตุ้นจากการสัมผัสแสงแดดหรือรังสี UV สารสกัดจากมะเขือเทศสีขาวจะช่วยยับยั้งกระบวนการสร้างเม็ดสีผิวบริเวณใต้ชั้นผิว ทำให้เม็ดสีผิวเหล่านี้ถูกส่งขึ้นมาบริเวณผิวด้านบนน้อยลง ส่งผลในการช่วยปรับเฉดสีผิวให้สว่างกระจ่างใสขึ้นและช่วยให้ผิวขาวสม่ำเสมอกันอีกด้วย นอกจากนี้มะเขือเทศสีขาวยังช่วยลดความเข้มของจุดด่างดำ โดยลดจำนวนเม็ดสีในบริเวณที่เม็ดสีกระจุกรวมกันทำให้จุดด่างดำค่อยๆ จางลงและยังช่วยลดโอกาสการเกิดฝ้าและจุดด่างดำใหม่ได้อีกด้วย

สร้างผิวอ่อนวัยด้วยสารสกัดจากมะเขือเทศสีขาว

รู้หรือไม่ว่าแสงแดดไม่ได้เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดผิวหมองคล้ำเท่านั้น แต่ยังทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ชั้นผิวของเราอีกด้วย ซึ่งส่งผลให้ผิวแห้งกร้าน ขาดความชุ่มชื้นและยังเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยอีกด้วย สำหรับสารสกัดจากมะเขือเทศสีขาวที่มีสารสำคัญที่ทำหน้าที่ดูดซึมรังสี UV จากแสงแดด จึงเป็นเสมือนเกราะที่ไม่ยอมให้รังสี UV ผ่านเข้าไปทำลายชั้นผิวได้ อีกทั้งมะเขือเทศสีขาวยังเป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระอีกหลายชนิดที่ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระที่เกิดจากปัจจัยทำลายผิวอื่นๆ เช่น ฝุ่นควัน มลภาวะต่างๆและความเครียด มะเขือเทศสีขาวจึงเป็นอาหารที่ตอบโจทย์เรื่องผิวโดยช่วยบำรุงและปกป้องผิวจากภายใน

สำหรับผู้อ่านที่มีความสนใจที่จะผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนประกอบของสารสกัดจากมะเขือเทศสีขาวหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญ สามารถสอบถามได้ทาง Line: @MillionLab นะคะ สามารถปรึกษาได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมค่ะ

หากคุณสนใจผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากโรงงาน รับผลิตอาหารเสริม ที่ได้รับมาตรฐาน Codex GHPs และ HACCP  จากบริษัท URS ประเทศอังกฤษ ได้รับรางวัลธุรกิจยอดเยี่ยมจาก ASEAN BUSINESS AWARD ประเทศสิงคโปร์ และคิดค้นสูตรโดยทีมเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สายตรงกว่า 10 ปี

สามารถคลิกที่ เว็บไซต์นี้  ได้เลยค่ะ

References

  1. Engelmann, N. J., Clinton, S. K., & Erdman, J. W., Jr (2011). Nutritional aspects of phytoene and phytofluene, carotenoid precursors to lycopene. Advances in nutrition (Bethesda, Md.), 2(1), 51–61. https://doi.org/3945/an.110.000075
  2. Meléndez-Martínez, A. J., Stinco, C. M., & Mapelli-Brahm, P. (2019). Skin Carotenoids in Public Health and Nutricosmetics: The Emerging Roles and Applications of the UV Radiation-Absorbing Colourless Carotenoids Phytoene and Phytofluene. Nutrients, 11(5), 1093. MDPI AG. Retrieved from http://dx.doi.org/10.3390/nu11051093
  3. von Oppen-Bezalel L, Fishbein D, Havas F, Ben-Chitrit O, Khaiat A (2015). The photoprotective effects of a food supplement tomato powder rich in phytoene and phytofluene, the colorless carotenoids, a preliminary study. Glob Dermatol, 2:DOI: 15761/GOD.1000149