สารสกัดจากโรสฮิป หรือ สารสกัดจากผลกุหลาบป่า พืชตระกูลเดียวกับดอกกุหลาบและแอปเปิ้ล เป็นผลไม้ท้องถิ่นที่พบได้ทั่วไปในแถบเมดิเตอร์เรเนียน แต่จะให้ผลผลิตแค่ปีละหนึ่งครั้งเท่านั้น จึงทำให้โรสฮิปเป็นผลไม้มีราคาค่อนข้างสูง โรสฮิปมีลักษณะเป็นผลสีแดงส้มขนาดเล็ก ชาวยุโรปมักนำมาประกอบอาหารหรือนำไปแปรรูปเป็นไซรัป ซุป ชา และน้ำส้มสายชู อีกทั้งโรสฮิปยังเป็นอาหารกึ่งยาเนื่องจากพบว่าโรสฮิปเป็นแหล่งของวิตามินซี ช่วยต้านหวัดและใช้รักษาอาการอื่นๆ เช่น ท้องเสีย ท้องผูกได้ด้วย โรสฮิสไม่เพียงแต่ช่วยบำรุงสุขภาพอย่างเดียว แต่ยังมีประโยชน์ในด้านความงามอีกด้วย โดยโรสฮิปที่ความโดดเด่นตรงที่เป็นแหล่งของวิตามินหลายชนิด เช่น วิตามินซี วิตามินอี เป็นต้น และยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระอีกหลายชนิด ได้แก่ phenolics,  lycopene, lutein,  zeaxanthin และสารในกลุ่ม carotenoids อื่นๆ

ประโยชน์จากสารสกัดจากโรสฮิป

  1. แหล่งของวิตามินซีธรรมชาติ

สารสกัดจากโรสฮิปเป็นแหล่งวิตามินซีธรรมชาติที่ได้รับความนิยมอย่างมาก จากงานวิจัยพบว่าโรสฮิปให้วิตามินซีมากกว่าผลไม้ในตระกูลส้มและเลมอนถึง 20 เท่าเลยทีเดียว อย่างที่ทุกคนทราบกันดีถึงประโยชน์ของวิตามินซีทั้งช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน บำรุงผิวพรรณและประโยชน์อื่นๆอีกมากมาย แต่รู้หรือไม่ว่าการทานวิตามินซีจากแหล่งธรรมชาติมีประโยชน์เหนือกว่าการทานวิตามินซีแบบสังเคราะห์หลายเท่า เนื่องจากแหล่งวิตามินซีจากธรรมชาติจะไม่ได้ให้แค่วิตามินซีเพียงอย่างเดียวแต่ยังให้สารไฟโตนิวเทรียนท์อื่นๆ ที่จะเสริมฤทธิ์กันและช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมและนำสารอาหารที่ประโยชน์ทั้งหมดไปใช้ได้มากขึ้นอีกด้วย

  1. ช่วยบำรุงผิวพรรณ ลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย

โรสฮิปอุดมไปด้วยวิตามินซีที่จะกระตุ้น fibroblast ให้เพิ่มปริมาณของคอลลาเจนใต้ชั้นผิวส่งผลให้ผิวมีความยืดหยุ่นและช่วยลดริ้วรอยแห่งวัยได้ โดยมีงานวิจัยฉบับหนึ่งทดลองประสิทธิภาพในการลดเลือนริ้วรอยและเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวของผงโรสฮิปเทียบกับแอสต้าแซนทีนที่ได้ชื่อว่าเป็น “King of Astraxanthin” พบว่าในช่วง 4 สัปดาห์แรกของการทดลองแอสต้าแซนทีนช่วยลดเลือนริ้วรอยและเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวได้ดีกว่าผงโรสฮิปเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อทานต่อเนื่องเป็นเวลา 8 สัปดาห์ พบว่าผงโรสฮิปมีประสิทธิภาพในการบำรุงผิวพรรณเทียบเท่าแอสต้าแซนทีนในปริมาณที่เท่ากัน

  1. ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด

สารสกัดจากโรสฮิปเป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระที่หลากหลาย เช่น  phenolics,  lycopene และสารในกลุ่ม carotenoids อื่นๆ ซึ่งสารเหล่านี้มีความสามารถในการกำจัดเหล่าอนุมูลอิสระบริเวณผิวที่ถูกกระตุ้นจากการสัมผัสรังสี UV จากแสงแดดและเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาผิวหมองคล้ำ ฝ้า กระและจุดด่างดำ นอกจากนี้อนุมูลอิสระยังเข้าไปทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ชั้นผิวทำให้เกิดริ้วรอยเร็วขึ้นอีกด้วย สารสกัดจากโรสฮิปจึงเป็นตัวช่วยในการดูแลผิวของสาวๆที่ต้องเจอกับแสงแดดกับมลภาวะเป็นประจำ

  1. ช่วยบรรเทาอาการปวดข้อ ลดการอักเสบของข้อต่อต่างๆ

นอกจากประโยชน์ด้านความงามของโรสฮิปแล้วยังมีประโยชน์ในทางสุขภาพอีกด้วย จากวิจัยพบว่า สารสกัดจากโรสฮิปช่วยบรรเทาการอักเสบของข้อต่อต่างๆและช่วยลดอาการปวดบริเวณข้อ โดยการทดลองให้กลุ่มอาสาสมัครที่ป่วยเป็นโรคข้อเข่าหรือข้อสะโพกเสื่อม ทานสารผงโรสฮิป 5 กรัมต่อวัน ต่อเนื่องเป็นเวลา 3 เดือน พบว่ากลุ่มที่ทานผงโรสฮิปมีอาการปวดข้อลดลงถึง 82% ตั้งแต่ 3 สัปดาห์แรกของการทดลอง โรสฮิปจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการบำรุงข้อหรือต้องการลดอาการปวดข้อในระยะเริ่มแรก แถมโรสฮิปยังไม่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดที่ผิดปกติ ซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่อาจพบได้จากการทานยาแก้ปวด NSAIDs อีกด้วย โรสฮิปจึงมีความปลอดภัยสูงกว่านั่นเองค่ะ

  1. ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด

จากงานวิจัยพบว่าสารสกัดจากโรสฮิปช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ α-amylases and α-glucosidase ซึ่งการยับยั้งเอนไซม์ 2 ชนิดนี้ส่งผลให้ร่างกายเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตไปเป็นน้ำตาลในทางเดินอาหารได้น้อยลง จึงช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี ซึ่งเป็นกระบวนการที่คล้ายกับการทานยาในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 นอกจากนี้สารสกัดจากโรสฮิปยังมีสารที่ชื่อว่า tiliroside ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายดึงไขมันที่สะสมอยู่ในร่างกายนำเข้าออกมาใช้เป็นพลังงาน ช่วยควบคุมระดับไขมันในเลือดและลดการสะสมของไตรกลีเซอไรด์ที่ตับและกล้ามเนื้อ

สำหรับผู้อ่านที่มีความสนใจที่จะพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนประกอบของสารสกัดจากโรสฮิปหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญ สามารถสอบถามได้ทาง Line: @MillionLab นะคะ สามารถปรึกษาได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมค่ะ

หากคุณสนใจผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากโรงงาน รับผลิตอาหารเสริม ที่ได้รับมาตรฐาน Codex GHPs และ HACCP  จากบริษัท URS ประเทศอังกฤษ ได้รับรางวัลธุรกิจยอดเยี่ยมจาก ASEAN BUSINESS AWARD ประเทศสิงคโปร์ และคิดค้นสูตรโดยทีมเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สายตรงกว่า 10 ปี

สามารถคลิกที่ เว็บไซต์นี้  ได้เลยค่ะ

References

  1. Goto, T., Teraminami, A., Lee, J. Y., Ohyama, K., Funakoshi, K., Kim, Y. I., Hirai, S., Uemura, T., Yu, R., Takahashi, N., & Kawada, T. (2012). Tiliroside, a glycosidic flavonoid, ameliorates obesity-induced metabolic disorders via activation of adiponectin signaling followed by enhancement of fatty acid oxidation in liver and skeletal muscle in obese-diabetic mice. The Journal of nutritional biochemistry, 23(7), 768–776. https://doi.org/1016/j.jnutbio.2011.04.001
  2. Mármol, I., Sánchez-de-Diego, C., Jiménez-Moreno, N., Ancín-Azpilicueta, C., & Rodríguez-Yoldi, M. J. (2017). Therapeutic Applications of Rose Hips from Different Rosa Species. International journal of molecular sciences, 18(6), https://doi.org/10.3390/ijms18061137
  3. Phetcharat, L., Wongsuphasawat, K., & Winther, K. (2015). The effectiveness of a standardized rose hip powder, containing seeds and shells of Rosa canina, on cell longevity, skin wrinkles, moisture, and elasticity. Clinical interventions in aging, 10, 1849–1856. https://doi.org/2147/CIA.S90092
  4. Winther, K., Apel, K., & Thamsborg, G. (2005). A powder made from seeds and shells of a rose-hip subspecies (Rosa canina) reduces symptoms of knee and hip osteoarthritis: a randomized, double-blind, placebo-controlled clinical trial. Scandinavian journal of rheumatology, 34(4), 302–308. https://doi.org/1080/03009740510018624