รากโกโบหรือ Burdock roots ได้รับความนิยมอย่างมากในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รากโกโบเป็นพืชที่อยู่ในวงศ์ Asteraceae มีลักษณะคล้ายรากของแครอทมักถูกนำมาประกอบอาหารและรับประทานเป็นผัก โดยเฉพาะในญี่ปุ่นและไต้หวัน ด้วยความที่รากโกโบมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์และคุณค่าทางโภชนาการที่ล้ำเลิศ รากโกโบประกอบด้วยอินูลินและอุดมไปด้วย polyphenols, gallic acid, chorogenic acid (CGA) ซึ่งมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบและสรรพคุณที่น่าทึ่งอีกมากมาย – บทความโดย Million Lab โรงงานรับผลิตอาหารเสริมฟื้นฟูตับ

  1. มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ

รากโกโบอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ gallic acid, chorogenic acid, quercetin, luteolin และ phenolic acids ซึ่งมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระภายในร่างกาย โดยจะยับยั้งกระบวนการของ nuclear factor-kappa B (NF-kB) และกระตุ้นเอนไซม์ที่ทำหน้าที่ในการกำจัดโมเลกุลของอนุมูลอิสระซึ่งสารอนุมูลอิสระเหล่านี้จะทำให้เซลล์ต่างๆในร่างกายเกิดความเสื่อมและยังเป็นหนึ่งในสาเหตุของโรคเรื้อรังต่างๆอีกด้วย

  1. ต้านการอักเสบ

กระบวนการอักเสบเป็นส่วนสำคัญที่นำไปสู่โรคเฉียบพลันและโรคเรื้อรังต่างๆ จากงานวิจัยพบว่า arctigenin เป็นสารสำคัญในรากโกโบที่มีฤทธิ์ในการต้านการอักเสบได้เป็นอย่างได้ดีจึงนิยมนำมาใช้ในการรักษาการอักเสบเฉียบพลันและโรคเรื้อรังต่างๆ อย่างเช่น การนำมารับประทานเพื่อรักษาโรคไข้หวัดใหญ่ นำมาใช้ทาผิวเพื่อรักษาอาการอักเสบที่บริเวณผิวหนัง และยังมีการนำมาสูดดมเพื่อรักษาความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลางได้อีกด้วย

  1. ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง

“Arctigenin” เป็นสารประกอบสำคัญที่พบในรากโกโบซึ่งมีความสามารถในการกำจัดเซลล์มะเร็ง โดย arctigenin จะมีฤทธิ์ยับยั้งกระบวนการ phosphorylation ของ Akt-Protein ซึ่งทำให้อัตราส่วนของกลูโคสในเซลล์มะเร็งลดลงจึงส่งผลให้เซลล์มะเร็งค่อยๆตายไปเนื่องจากขาดสารอาหาร อีกทั้งยังมีสารต้านอนุมูลอิสระประเภท Flavonoids และสารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆซึ่งมีผลในการยับยั้งการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง นอกจากนี้สารสกัดจากรากโกโบยังช่วยปกป้องเซลล์จากการทำลายของสารพิษต่างๆ ซึ่งจะมีผลช่วยลดการกลายพันธุ์ของเซลล์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของการเกิดเซลล์มะเร็งค่ะ

  1. ต้านไวรัสและแบคทีเรีย

สารสกัดจากรากโกโบอุดมไปด้วย Polyethylene ที่มีฤทธิ์ในการต้านเชื้อแบคทีเรียและไวรัส และมีรายงานว่า พบ phenolics อย่างเช่น caffeic acid และ chlorogenic acid ในสารสกัดรากโกโบซึ่งสารเหล่านี้มีฤทธิ์ในการช่วยยับยั้งไวรัสเริม (HSV-1, HSV-2) อีกทั้งยังพบสาร arctigenin ซึ่งจะช่วยต่อต้านไวรัสโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องในมนุษย์ชนิดที่ 1 (HIV-1)  นอกจากนี้ส่วนใบของโกโบก็มีประโยชน์มากไม่แพ้กัน มีรายงานว่าสารสกัดจากใบของโกโบอุดมสารคลอโรเจนิกที่มีฤทธิ์ในการยังยั้งเชื้อ Escheichia coli, Staphylococcus aureus ดังนั้นส่วนใบของโกโบจึงมีประโยชน์ในด้านการรักษาโรคเกี่ยวกับฟันหรือเหงือกที่เกี่ยวข้องกับจุลินทรีย์ในช่องปาก

  1. บำรุงผิวพรรณ

รากโกโบถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในการแพทย์แผนจีน พบว่าสารสกัดจากรากโกโบมีสารที่มีฤทธิ์ช่วยล้างสารพิษในเลือดและส่งผลในการช่วยในการไหลเวียนโลหิตไปยังผิวได้ดีขึ้นจึงมีผลดีต่อผิว ทำให้ผิวนุ่มและกระจ่างใสมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยในการรักษาโรคผิวหนัง เช่น กลาก อีกด้วย สารสกัดจากรากโกโบยังมีฤทธิ์ anti-tyrosinase และ anti-elastase ซึ่งช่วยลดการสร้างเม็ดสีผิว (melanin) และลดการสลายตัวของเส้นใยอีลาสตินที่มีหน้าที่เป็นโครงสร้างค้ำจุนให้ชั้นผิวแข็งแรง

ด้วยประโยชน์ที่มากมายของรากโกโบจึงทำให้รากโกโบได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศจีนและกลายเป็นการอาหารที่ผู้คนนิยมรับประทานกันเป็นอาหารเพื่อสุขภาพเนื่องจากมีคุณค่าทางโภชนาการสูง อีกทั้งยังถูกนำมาใช้เป็นยารักษาโรคในยุโรป เอเชียและอเมริการเหนือมาตั้งแต่สมัยอดีต สำหรับผู้อ่านที่มีความสนใจที่จะผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนประกอบของสารสกัดรากโกโบหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญ สามารถสอบถามได้ทาง Line: @MillionLab นะคะ สามารถปรึกษาได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมค่ะ

บริษัท พีเอชอาร์ มิลเลี่ยน แลบ จำกัด  ได้รับมาตรฐาน GMP CODEX จากบริษัท URS ประเทศอังกฤษ ได้รับรางวัลธุรกิจยอดเยี่ยมจาก ASEAN BUSINESS AWARD ประเทศสิงคโปร์ และคิดค้นสูตรโดยทีมเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สายตรงกว่า 10 ปี


References

  1. Chan YS, Cheng LN, Wu JH, Chan E, Kwan YW, Lee SM, Leung GP, Yu PH, Chan SW. A review of the pharmacological effects of Arctium lappa (burdock). Inflammopharmacology. 2011 Oct;19(5):245-54. doi: 10.1007/s10787-010-0062-4. Epub 2010 Oct 28. PMID: 20981575.
  2. Fabricia S Predes, Ana LTG Ruiz, João E Carvalho, Mary A Foglio, Heidi Dolder. Antioxidative and in vitro antiproliferative activity of Arctium lappa root extracts. BMC Complement Altern Med. 2011; 11: 25. Published online 2011 Mar 23. doi: 10.1186/1472-6882-11-25
  3. Maghsoumi-Norouzabad L, Alipoor B, Abed R, Eftekhar Sadat B, Mesgari-Abbasi M, Asghari Jafarabadi M. Effects of Arctium lappa L. (Burdock) root tea on inflammatory status and oxidative stress in patients with knee osteoarthritis. Int J Rheum Dis. 2016 Mar;19(3):255-61. doi: 10.1111/1756-185X.12477. Epub 2014 Oct 28. PMID: 25350500.