ทุกคนน่าจะเคยทราบถึงประโยชน์ของ probiotic จุลินทรีย์ตัวเล็กๆในร่างกายที่มีประโยชน์มากมายและเกี่ยวข้องกับระบบต่างๆเกือบทั้งร่างกาย แต่หลายคนมักเข้าใจว่า probiotic มีประโยชน์ในการช่วยปรับสมดุลการขับถ่ายเท่านั้น แต่อันที่จริงแล้วจุลินทรีย์เหล่านี้มีประโยชน์และสำคัญต่อร่างกายมากกว่านั้นหลายเท่าเลย ไม่ใช่เฉพาะกับลำไส้เพียงอย่างเดียว แต่กลับเชื่อมโยงไปถึง สมอง อารมณ์ ระบบภูมิคุ้มกันและผิวหนัง นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงควรเติม probiotic เพื่อสร้างสมดุลจุลินทรีย์ให้แก่ร่างกายของเรา

การสร้างสมดุลจุลินทรีย์สำคัญยังไง?

ในร่างกายของเรามีทั้งจุลินทรีย์ตัวที่ดีและจุลินทรีย์ตัวที่ไม่ดีอาศัยอยู่ เมื่อไหร่ที่มีจำนวนจุลินทรีย์ตัวที่ไม่ดีมากกว่าจุลินทรีย์ตัวดี จะเกิดผลเสียแก่สุขภาพของเรา ศาสตราจารย์ไมเคิล เกอร์ซอน ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยากล่าวไว้ว่าช่องท้องของเราเปรียบเสมือนสมองที่ 2 ของร่างกายมนุษย์เนื่องจากมีความซับซ้อนของระบบประสาทสูง ดังนั้นความสมดุลจุลินทรีย์ของลำไส้จึงเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ร่างกายของเราทำงานได้อย่างสมดุลมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสมดุลระบบขับถ่าย ระบบย่อยอาหาร ช่วยให้มีการเผาผลาญที่ดี ควบคุมอารมณ์ และลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคอ้วน เป็นต้น

probiotic ช่วยบำรุงผิวอย่างไรบ้าง

  1. เสริมเกราะป้องกันผิว ช่วยผิวแข็งแรง

Probiotic ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้แก่ชั้นผิวได้ เนื่องจากการเติม probiotic เข้าสู่ร่างกายเปรียบเสมือนการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้แก่ร่างกาย ถ้าหากมีจำนวน probiotic หรือแบคทีเรียที่ดีในลำไส้มากพอจะช่วยกำจัดแบคทีเรียตัวที่ไม่ดีหรือพวกจุลินทรีย์ก่อโรคออกไปได้ทำให้จุลินทรีย์ในร่างกายสมดุลขึ้นและลำไส้ยังดูดซึมสารอาหารได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย ในทางกลับกันหากลำไส้มีสมดุลจุลินทรีย์ที่ไม่ดี ลำไส้ไม่แข็งแรง ส่งผลให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ไม่ได้ รวมถึงพวกสารพิษที่เราทานเข้าไปยังสามารถแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้นด้วย สารพิษเหล่านี้จะถูกดูดซึมและสะสมอยู่ในร่างกาย รวมทั้งส่งผลเสียต่อสภาพผิวด้วยเช่นกัน ทำให้เกิดปัญหาผิวตามมา อย่างเช่น สิว ผื่นแดง ผิวแพ้ง่าย เป็นต้น การทาน probiotic จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลผิวจากภายใน

  1. ลดความเสี่ยงในการเกิดสิว

สิวเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน หนึ่งในนั้นคือเพิ่มขึ้นของเชื้อสิวหรือเชื้อแบคทีเรีย P. acnes ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดสิว เมื่อมีเชื้อแบคทีเรีย P. acnes มากขึ้น ภูมิต้านทานของร่างกายทำงานมากขึ้นและปล่อยสารต่างๆออกมาสู้กับแบคทีเรียจนทำให้การเกิดอักเสบ และอาหารก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นการทำงานของฮอร์โมนก่อสิว ได้แก่ อาหารที่มีแป้งและน้ำตาลสูง นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ที่มีสิวอักเสบจะมีสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ที่ไม่ดี จึงเชื่อว่าการเสริมด้วย probiotic จะช่วยปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้และสามารถช่วยลดการเกิดสิวอักเสบในที่สุด จากการวิจัยพบว่าการทาน Lactococcus sp. มีส่วนในการช่วยลดการอักเสบที่เกิดจากแบคทีเรีย P. acnes และช่วยรักษาสิวที่มีอาการน้อยจนถึงรุนแรงปานกลางได้ (mild-to-moderate acne vulgaris) อีกทั้งยังมีงานวิจัยที่ระบุว่าการทาน probiotic ร่วมกับยาปฏิชีวนะจะช่วยให้ประสิทธิภาพในการรักษาสิวดียิ่งขึ้นและยังช่วยลดผลข้างเคียงของยาปฏิชีวนะที่ใช้ในการรักษาสิวในระยะยาวได้อีกด้วย เนื่องจากยาปฏิชีวนะเหล่านี้จะทำให้แบคทีเรียในร่างกายเสียสมดุลไป

  1. ช่วยรักษาอาการผื่นแพ้ที่ผิวหนัง

อาการผื่นแพ้บริเวณผิวหนังเป็นอาการที่มักพบในเด็กจะมีลักษณะเป็นผื่นแดงและคันบริเวณแก้ม คอ แขนและขา ซึ่งเป็นอาการที่ไม่หายขาด หรือในผู้ใหญ่มักเป็นผื่นแดงตามข้อพับ อีกทั้งยังมีรายงานว่าผู้ที่มีอาการผื่นแพ้มักขาดความสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ การรักษาสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้จึงมีส่วนช่วยในการป้องกันการเกิดผื่นแพ้ที่ผิวหนังได้ จากงานวิจัยพบว่า การทาน probiotic ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานให้แก่ผิว ผิวแข็งแรง จากทดลองทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Lactobacillus johnsonii ต่อเนื่อง 6 สัปดาห์ พบว่า probiotic มีส่วนช่วยฟื้นฟูระบบภูมิต้านทานของผิวให้ทำงานได้ดีขึ้น

ประโยชน์ด้านอื่นๆของ probiotic

  • กระตุ้นการทำงานของระบบขับถ่ายและทางเดินอาหาร
  • ปรับสมดุลการทำงานของฮอร์โมนต่างๆในร่างกาย
  • ช่วยให้ร่ายกายเผาผลาญและนำสารอาหารต่างๆมาใช้ได้ดีขึ้น
  • probiotic จะเกาะกับผนังลำไส้ กระเพาะปัสสาวะและเยื่อบุช่องคลอด ทำให้ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อในระบบต่างๆได้
  • กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยต้านทานโรคต่างๆและรักษาสมดุลระบบภูมิคุ้มกัน

 

Probiotic ที่เราเติมเข้าไปจะอยู่กับเราไปตลอดมั้ย?

probiotic จะอยู่กับเราไปตลอดเมื่อเราดูแลจุลินทรีย์เหล่านี้อย่างเหมาะสม เนื่องจากจุลินทรีย์เป็นสิ่งที่มีชีวิตจึงต้องการอาหารและที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม นั่นก็แปลว่าถ้าเราทานอาหารที่ดี เช่น ลดน้ำตาล ทานใยอาหารจากผักผลไม้ที่เป็นอาหารของ probiotic รวมทั้งสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้จุลินทรีย์ด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำ นอนเร็ว ไม่เครียด จะช่วยให้ probiotic เติบโตและเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ในทางกลับกันหากเราทานอาหารที่ไม่ดี ขาดการออกกำลังกาย เครียด นอนน้อย สูบบุหรี่ และการบริโภคแอลกอออล์เป็นประจำ พฤติกรรมจะเร่งให้ probiotic ค่อยๆลดจำนวนลง

Probiotic สิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆนับล้านล้านเซลล์ที่อยู่ในตัวเรามีบทบาทต่อร่างกายของมนุษย์มากๆ และเชื่อมโยงกับระบบต่างๆในร่างกายของเรา ดังนั้นการที่เราจะมีสุขภาพที่ดีควรหมั่นเสริม probiotic ให้แก่ร่างกาย แต่การได้รับ probiotic จากอาหารอาจยังไม่เพียงพอ การทาน probiotic ในรูปแบบอาหารเสริมจึงเป็นอีกทางเลือกที่จะช่วยให้คุณได้รับ probiotic ที่มีความหลากหลายมากขึ้นและยังเป็นสายพันธุ์ที่ถูกเลือกมาให้ทำงานอย่างตรงเป้าหมายที่เราต้องการมากขึ้น สำหรับผู้อ่านที่มีความสนใจที่จะผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนประกอบของ probiotic หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญ สามารถสอบถามได้ทาง Line: @MillionLab นะคะ สามารถปรึกษาได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมค่ะ

หากคุณสนใจผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากโรงงาน รับผลิตอาหารเสริม ที่ได้รับมาตรฐาน HACCP และ Codex GHPs จากบริษัท URS ประเทศอังกฤษ ได้รับรางวัลธุรกิจยอดเยี่ยมจาก ASEAN BUSINESS AWARD ประเทศสิงคโปร์ และคิดค้นสูตรโดยทีมเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สายตรงกว่า 10 ปี

สามารถคลิกที่ เว็บไซต์นี้  ได้เลยค่ะ

References

  1. Chilicka, K., Dzieńdziora-Urbińska, I., Szyguła, R., Asanova, B., & Nowicka, D. (2022). Microbiome and Probiotics in Acne Vulgaris-A Narrative Review. Life (Basel, Switzerland)12(3), 422. https://doi.org/10.3390/life12030422
  2. Goodarzi, A., Mozafarpoor, S., Bodaghabadi, M., & Mohamadi, M. (2020). The potential of probiotics for treating acne vulgaris: A review of literature on acne and microbiota. Dermatologic therapy33(3), e13279. https://doi.org/10.1111/dth.13279
  3. Makrgeorgou A, Leonardi-Bee J, Bath-Hextall FJ, Murrell DF, Tang MLK, Roberts A, Boyle RJ. Probiotics for treating eczema. Cochrane Database of Systematic Reviews 2018, Issue 11. Art. No.: CD006135. DOI: 10.1002/14651858.CD006135.pub3
  4. Roudsari, M. R., Karimi, R., Sohrabvandi, S., & Mortazavian, A. M. (2015). Health effects of probiotics on the skin. Critical reviews in food science and nutrition55(9), 1219–1240. https://doi.org/10.1080/10408398.2012.680078
  5. Panduru, M., Panduru, N. M., Sălăvăstru, C. M., & Tiplica, G. S. (2015). Probiotics and primary prevention of atopic dermatitis: a meta-analysis of randomized controlled studies. Journal of the European Academy of Dermatology and Venereology : JEADV29(2), 232–242. https://doi.org/10.1111/jdv.12496
  6. Jung, G. W., Tse, J. E., Guiha, I., & Rao, J. (2013). Prospective, randomized, open-label trial comparing the safety, efficacy, and tolerability of an acne treatment regimen with and without a probiotic supplement and minocycline in subjects with mild to moderate acne. Journal of cutaneous medicine and surgery17(2), 114–122. https://doi.org/10.2310/7750.2012.12026