อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าการรับประทานที่ดีเป็นพื้นฐานของการมีสุขภาพที่ดี เมื่อพูดถึงไขมันคงเป็นสิ่งที่ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าการทานไขมันมากๆจะทำให้อ้วนและส่งผลเสียมากมายต่อสุขภาพของเรา แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าไขมันนี่แหละที่ทำให้อาหารมีรสชาติที่ดีและกลมกล่อมมากขึ้น นั่นก็เป็นเพราะว่าสารที่ให้กลิ่นและรสชาติในอาหารมักจะละลายได้ดีในไขมัน นี่จึงเหตุผลว่าทำไมอาหารยิ่งมันก็จะยิ่งมีรสชาติที่อร่อย อย่างไรก็ตามไขมันมีทั้งชนิดที่ดีและไม่ดี การเลือกทานไขมันชนิดดีจะช่วยให้อาหารทั้งอร่อยและเราก็ยังมีสุขภาพที่ดีได้อีกด้วย สำหรับบทความที่ Million Lab จะพาทุกคนมาทำความรู้จักไขมันดีและไขมันไม่ดีต่างกันยังไงกันแน่

ไขมันเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานให้แก่ร่างกายเช่นเดียวกับคาร์โบไฮเดรตและโปรตีน ซึ่งไขมัน 1 กรัมจะให้พลังงานมากถึง 9 แคลอรี่ ในขณะที่คาร์โบไฮเดรตและโปรตีนจะให้พลังงานเพียง 4 แคลอรี่ต่อกรัมเท่านั้น โดยไขมันในร่างกายของเราแบบได้เป็น 3 ชนิดตามสูตรโครงสร้างของไขมัน ได้แก่ กรดไขมัน (free fatty acid), ไตรกลีเซอไรด์ (triglyceride) และ คอเลสเตอรอล (cholesterol) โดยคอเลสเตอรอลจะถูกแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ HDL (ไขมันดี) และ LDL (ไขมันไม่ดี)

 

ไขมันที่ไม่ดีคืออะไร

            ไขมันไม่ดี (Low-Density Lipoprotein: LDL) หรือที่เรียกกันว่าไขมันที่อิ่มตัว ถ้าหากมีมากๆในร่างกายคอเลสเตอรอลตัวที่ไม่ดีเหล่านี้จะเข้าไปสะสมและเกาะอยู่บริเวณผนังหลอดเลือดส่งผลให้หลอดเลือดแดงตีบ แข็งตัวและขาดความยืดหยุ่น เสี่ยงต่อการเกิดโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งไขมันที่ไม่ดีเหล่ามักจะอยู่ในอาหารทอด ฟาสต์ฟู้ด เค้ก เนย อาหารแปรรูปต่างๆ น้ำมันจากสัตว์และน้ำมันปาล์ม เป็นต้น

 

ไขมันดีคืออะไร

ไขมันดี (High-Density Lipoprotein: HDL) คือคอเลสเตอรอลชนิดดีที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งหน้าที่ของ HDL คือจะช่วยขนย้ายคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์จากส่วนต่างๆในร่างกายไปยังตับเพื่อกำจัดออกจากร่างกาย ดังนั้นถ้ามีปริมาณของ HDL ร่างกายก็จะสามารถกำจัดคอเลสเตอรอลได้ดียิ่งขึ้นนั่นเองค่ะ ซึ่งจะส่งผลป้องกันโรคที่เกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดได้ นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและภาวะเส้นเลือดแข็งตัว

 

เลือกกินไขมันดี ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรค

  1. ไขมันจากปลา (fish oil) พบว่าน้ำมันจากปลาทะเลน้ำลึก อย่างเช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาแมคเคอเรล ให้กรดไขมัน omega-3 สูง ซึ่งไขมันที่ดีเหล่านี้จะช่วยป้องกันการเกาะตัวของไขมันบริเวณผนังหลอดเส้นจึงลดการอุดตันของไขมันภายในหลอดเลือดได้ดี ดังนั้นการได้รับ omega-3 จากปลาจึงช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ นอกจากนี้ไขมันจากปลายังอุดมวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายอีกหลายชนิดเลยทีเดียว
  2. น้ำมันมะกอก (Olive oil) เป็นน้ำมันที่ไขมันดีมากที่สุดในบรรดาน้ำมันทุกชนิด มีปริมาณ MUFAs และสารประกอบ Phenolic ในปริมาณสูง อีกทั้งยังให้วิตามินเอ จึงมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ และช่วยดูแลสุขภาพหัวใจ แต่น้ำมันมะกอกเป็นไขมันที่มีจุดเดือดต่ำ เกิดควันง่าย ทำให้น้ำมันมะกอกไม่เหมาะสำหรับนำมาใช้ในการประกอบอาหารที่ผ่านความร้อนและนิยมนำมาทำเป็นน้ำสลัดหรือเป็นส่วนประกอบของน้ำสลัดมากกว่าค่ะ
  3. น้ำมันถั่วเหลือง (Soybean oil) น้ำมันจากถั่วเหลืองอุดมไปด้วย omega-3 และ omega-6 ซึ่งเป็นไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดีและเพิ่มคอเลสเตอรอลตัวที่ดี นอกจากนี้ยังส่งผลในการช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด
  4. เมล็ดแฟลกซ์ (flex seed) ให้สารสำคัญทั้งในกลุ่ม omega-3 คือ alpha linolenic acid (ALA) ซึ่งร่างกายจะนำไปใช้ในการสร้างสารที่ทำหน้าที่คล้ายฮอร์โมน พบ ALA ในเมล็ดแฟลกซ์ 2 ชนิด ได้แก่ EPA ที่จะถูกนำไปสร้างสารที่ทำหน้าที่ในการควบคุมระดับไขมันคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอรอลในร่างกาย นอกจากนี้ยังช่วยควบคุมการทำงานของระบบหมุนเวียนโดยเฉพาะเส้นเลือดเล็กๆที่จะทำให้เลือดมาหล่อเลี้ยงผิวได้ดีขึ้น ทำให้ผิวพรรณดี และยังช่วยลดอาการอักเสบได้ดีอีกด้วย ALA ที่พบอีกหนึ่งชนิดได้แก่ DHA ที่มีผลต่อการเติบโตของเซลล์ประสาท จึงมีส่วนช่วยให้ความจำดีขึ้นและยังช่วยลดความเสื่อมของเซลล์ประสาทได้ดีด้วย อีกทั้งในเมล็ดแฟลกซ์ยังอุดมไปด้วย omega-6 คือ linoleic acid (LA) ที่จะช่วยยับยั้งและบรรเทาการอักเสบที่อาจเกิดขึ้นที่บริเวณอวัยวะต่างๆในร่างกาย
  5. อะโวคาโด (Avocado) ให้กรดไขมันดีชนิดไม่อิ่มตัว ได้แก่ MUFA และ PUFA ที่จะช่วยเพิ่มปริมาณคอเลสเตอรอลชนิดที่ดีและลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดีได้ จึงช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลรวม รวมทั้งป้องกับการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ อีกทั้งอะโวคาโดยังให้สารประกอบที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอีกหลายชนิด เช่น tocopherols, tocotrienols, phytosterols, carotenoids และ polyphenols เป็นสารที่ฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกายจากทำลายของ free radicals และช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเรื้อรังอื่นๆ ได้ เช่น โรคมะเร็ง โรคอ้วน

ถึงแม้ว่าไขมันจะเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดโรคอ้วน โรคหัวใจและหลอดเลือด ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะตัดไขมันออกจากมื้ออาหารไปเลยนะคะ เนื่องจากไขมันก็ยังเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายไม่น้อยเลย ดังนั้นเราควรเลือกทานไขมันชนิดที่ประโยชน์มากกว่าโทษ สำหรับผู้อ่านที่มีความสนใจที่จะผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ช่วยเสริมไขมันที่ดีหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญ สามารถสอบถามได้ทาง Line: @MillionLab นะคะ สามารถปรึกษาได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมค่ะ

หากคุณสนใจผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากโรงงาน รับผลิตอาหารเสริม ที่ได้รับมาตรฐาน HACCP และ Codex GHPs จากบริษัท URS ประเทศอังกฤษ ได้รับรางวัลธุรกิจยอดเยี่ยมจาก ASEAN BUSINESS AWARD ประเทศสิงคโปร์ และคิดค้นสูตรโดยทีมเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สายตรงกว่า 10 ปี

สามารถคลิกที่ เว็บไซต์นี้  ได้เลยค่ะ

References

  1. Liu, A. G., Ford, N. A., Hu, F. B., Zelman, K. M., Mozaffarian, D., & Kris-Etherton, P. M. (2017). A healthy approach to dietary fats: understanding the science and taking action to reduce consumer confusion. Nutrition journal16(1), 53. https://doi.org/10.1186/s12937-017-0271-4
  2. Flores, M., Saravia, C., Vergara, C. E., Avila, F., Valdés, H., & Ortiz-Viedma, J. (2019). Avocado Oil: Characteristics, Properties, and Applications. Molecules (Basel, Switzerland)24(11), 2172. https://doi.org/10.3390/molecules24112172
  3. Parikh, M., Maddaford, T. G., Austria, J. A., Aliani, M., Netticadan, T., & Pierce, G. N. (2019). Dietary Flaxseed as a Strategy for Improving Human Health. Nutrients11(5), 1171. https://doi.org/10.3390/nu11051171