ในปัจจุบันเทคโนโลยีเริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตเรามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต รู้หรือไม่ว่า อุปกรณ์เหล่านี้ปล่อยแสงสีฟ้าออกมาซึ่งเป็นอันตรายต่อดวงตาของเราอย่างมาก และยังกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เซลล์บริเวณดวงตาของเราเสื่อมเร็วขึ้นและนำไปสู่โรคจอประสาทตาเสื่อมก่อนวัยอันควร จะสังเกตว่าผู้สูงอายุมักจะมีปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็น นั่นก็เพราะว่าเมื่ออายุมากขึ้นอวัยวะต่างๆก็เสื่อมลงเรื่อยๆตามอายุ เกิดโรคภัยตามมามากมาย โดยเฉพาะดวงตาของเรา ซึ่งเป็นอวัยวะที่ค่อนข้างซับซ้อนและบอบบาง ยิ่งถ้าเรามีไลฟ์สไตล์ที่ใช้ดวงตาหนักก็จะยิ่งนำมาสู่โรคได้เร็วขึ้น วันนี้ Million Lab จึงมีเคล็ดลับดีๆเกี่ยวกับอาหารที่ช่วยบำรุงสายตาและชะลอโรคที่เกี่ยวกับดวงตามาฝากกันค่ะ

5 สารอาหารบำรุงสายตาที่ควรรู้ไว้ก่อนจะสาย

  1. Lutein และ Zeaxanthin

ลูทีนและซีแซนทีนเป็นสารที่อยู่ในกลุ่ม carotenoid ซึ่งเป็นรงควัตถุที่พบเฉพาะที่บริเวณจอประสาทตาหรือเรตินาบริเวณ Macula ซึ่งเป็นชั้นของเม็ดสีที่ทำหน้าที่กรองแสงที่ผ่านเข้าสู่ดวงตาและดูดซับแสงสีฟ้า และยังมีบทบาทเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์จากการถูกทำลายของ free radicals ที่เกิดจากรังสี UV และแสงสีฟ้าซึ่งเป็นอันตรายต่อดวงตาของเราและมีส่วนช่วยลดอาการของโรคจอประสาทตาเสื่อมในผู้สูงอายุ โดยจากการศึกษาพบว่า การรับประทานลูทีนและซีแซนทีน 6 mg. ต่อวัน สามารถช่วยความเสี่ยงในการเกิดโรคจอประสาทเสื่อมในผู้สูงอายุ (Age-related Macular Degeneration, AMD) ลูทีนและซีแซนทีนพบได้ในผักที่มีสีเขียวเข้ม เช่น คะน้า ผักกาด ผักโขม เป็นต้น

  1. Beta-carotene

เบต้าแคโรทีน (Beta-carotene) เป็นสารในกลุ่มพฤกษเคมีหรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อสารไฟโตนิวเทรียนท์ (phytonutrients) พบมากในพืชสีเหลืองและสีส้ม เช่น แครอท ฟักทอง มะละกอสุก มะเขือเทศ เป็นต้น เบต้าแคโรทีนมีฤทธิ์โดดเด่นในการต้านอนุมูลอิสระ นอกจากนี้เบตาแคโรทีนยังเป็นสารตั้งต้นของ vitamin A อีกด้วย โดยร่างกายเปลี่ยนเบต้าแคโรทีนให้กลายเป็น vitamin A ได้ตามปริมาณที่ร่างกายต้องการซึ่ง vitamin A จะถูกนำไปใช้ในการสร้างสารโรดอฟซิน (rhodopsin) ในส่วนของจอประสาทตา (retina) ทำให้เราสามารถมองภาพในตอนกลางคืนได้ชัดเจนยิ่งขึ้นและยังช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นต้อกระจกอีกด้วย

  1. Black Currant

แบล็คเคอร์แรนท์เป็นผลไม้ขนาดเล็ก นิยมปลูกในเอเชียเหนือ ยุโรป และนิวซีแลนด์ เป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงและยังต้านเชื้อไวรัสและแบคทีเรียได้อีกด้วย แบล็คเคอร์แรนท์จึงถูกนำมาใช้ในการแพทย์แผนโบราณในเอเชียและยุโรปเพื่อรักษาโรคต่างๆ นอกจากนี้แบล็คเคอร์แรนท์ยังมี vitamin C สูงและเป็นแหล่งของ anthocyanin อีกด้วย พบว่าแบล็คเคอร์แรนท์ให้ anthocyanin สูงกว่าผลไม้ทั่วไปถึง 4 เท่า “anthocynin” ซึ่งมีความโดดเด่นในการช่วยบำรุงสุขภาพดวงตาและช่วยลดความเสื่อมของจอประสาทตาโดยช่วยให้เส้นเลือดฝอยบริเวณดวงตาแข็งแรงขึ้นส่งผลให้การไหลเวียนเลือดบริเวณดวงตาดีขึ้น

  1. Bilberry

ผลไม้ตระกูลเบอร์รีขนาดเล็กอีกหนึ่งชนิดที่อุดมไปด้วย anthocyanins ซึ่งมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ออกฤทธิ์เจาะจงกับเซลล์เส้นเลือดฝอยที่มาเลี้ยงดวงตา โดยปกป้องเซลล์จากการทำลายของเหล่าอนุมูลอิสระ ลดความเสื่อมของเซลล์และทำให้ผนังหลอดเลือดมีความแข็งแรงและยืดหยุ่นมากขึ้น รวมถึงบิลเบอร์รียังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคที่เกิดการจากความเสื่อมของตาอันเป็นผลมาจากการทำลายของอนุมูลอิสระ อย่างเช่น ต้อหิน ต้อกระจก สายตาเสื่อมในผู้สูงอายุ  นอกจากนี้บิลเบอร์รียังช่วยลดความเมื่อยล้าของดวงตา สารสกัดจากบิลเบอร์รี่จึงถือว่าเป็นตัวช่วยดีๆสำหรับผู้ที่ใช้สายตาหนักๆ เช่น การทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ ผู้ที่ขับรถตอนกลางคืนเป็นประจำ เป็นต้น

  1. Vitamin A

Vitamin A เป็นวิตามินที่มีบทบาทอย่างมากเกี่ยวกับการมองเห็น เนื่องจาก vitamin Aเป็นองค์ประกอบสำคัญของโรดอฟซินที่เป็นโปรตีนตัวรับที่ไวต่อแสง เพื่อใช้ในการมองเห็นในที่มืด ดังนั้นการขาดวิตามินเอจะทำให้เกิดอาการตาบอดกลางคืนได้ เราจึงควรได้รับวิตามินเออย่างเพียงพอการป้องกันและรักษาอาการตาบอดตอนกลางคืน (night blindness) และเพื่อบำรุงสายตา สำหรับแหล่งของวิตามินเอ ได้แก่ ตับ ไข่แดง นม หรืออาจจะเลือกทานอาหารที่เป็นแหล่งของแคโรทีนนอยด์ซึ่งเป็นสารตั้งต้นชองวิตามินเอก็เป็นการเสริม vitamin A ให้แก่ร่างกายได้ด้วยเช่นกัน

ตาเป็นอวัยวะที่หลายๆคนมักจะละเลย พอรู้ตัวอีกก็สายเกินไปซะแล้ว ดังนั้นเราควรดูแลสุขภาพดวงตาของเราซะตั้งแต่ตอนนี้ ยิ่งคนที่ทำงานอยู่หน้าคอมเป็นเวลานานๆหรือใช้สายตาหนักๆ ยิ่งต้องดูแลดวงตามากเป็นพิเศษและการเลือกรับประทานอาหารที่ช่วยบำรุงสุขภาพตาก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลดวงตาของเราค่ะ สำหรับผู้อ่านที่มีความสนใจที่จะผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงสายตาหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญ สามารถสอบถามได้ทาง Line: @MillionLab นะคะ สามารถปรึกษาได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมค่ะ

หากคุณสนใจผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากโรงงาน รับผลิตอาหารเสริม ที่ได้รับมาตรฐาน GMP CODEX จากบริษัท URS ประเทศอังกฤษ ได้รับรางวัลธุรกิจยอดเยี่ยมจาก ASEAN BUSINESS AWARD ประเทศสิงคโปร์ และคิดค้นสูตรโดยทีมเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สายตรงกว่า 10 ปี

สามารถคลิกที่ เว็บไซต์นี้  ได้เลยค่ะ

References

  1. Buscemi, S., Corleo, D., Di Pace, F., Petroni, M. L., Satriano, A., & Marchesini, G. (2018). The Effect of Lutein on Eye and Extra-Eye Health. Nutrients10(9), 1321. https://doi.org/10.3390/nu10091321
  2. Chu W, Cheung SCM, Lau RAW, et al. Bilberry (Vaccinium myrtillus L.) In: Benzie IFF, Wachtel-Galor S, editors. Herbal Medicine: Biomolecular and Clinical Aspects. 2nd edition. Boca Raton (FL): CRC Press/Taylor & Francis; 2011. Chapter 4. Available from: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK92770/
  3. Rasmussen, H. M., & Johnson, E. J. (2013). Nutrients for the aging eye. Clinical interventions in aging8, 741–748. https://doi.org/10.2147/CIA.S45399
  4. Yoshida, K., Ohguro, I., & Ohguro, H. (2013). Black currant anthocyanins normalized abnormal levels of serum concentrations of endothelin-1 in patients with glaucoma. Journal of ocular pharmacology and therapeutics : the official journal of the Association for Ocular Pharmacology and Therapeutics29(5), 480–487. https://doi.org/10.1089/jop.2012.0198