วิตามินบีรวม สุดยอดอาหารสมอง ช่วยลดความเหนื่อยล้า

สมองเป็นอวัยวะที่ไม่เคยหลับและทำงานอยู่เสมอ แม้ในขณะที่เรากำลังหลับ แม้จะมีน้ำหนักเพียง 2% ของน้ำหนักตตัวเท่านั้น ในวันหนึ่ง ๆ สมองต้องประมวลผลข้อมูลมากมายที่ได้รับจากสิ่งเร้ารอบตัว โดยที่เราตั้งใจและไม่ตั้งใจ การที่ต้องทำงานตลอดเวลา ทำให้สมองต้องการพลังงานและสารอาหารจำนวนมาก หากร่างกายไม่ได้รับสารอาหารเพียงพอในแต่ละวัน หรือถูกใช้งานอย่างหนัก อาจเกิดอาการร่างกายและสมองล้า แล้วเราควรจะทำอย่างไรเพื่อป้องกันการเกิดอาการร่างกายและสมองล้าจากการใช้งานอย่างหนัก ทั้งจากการทำงานติดต่อกันเป็นเวลาหลายชั่วโมง การทำงานล่วงเวลา การทำงานเป็นกะ ความเครียดที่เกิดจากงาน ภาระ และหน้าที่ รวมถึงความเครียดจากสิ่งแวดล้อม นอกจากสิ่งเร้าเหล่านี้จะส่งผลให้ร่างกายและสมองทำงานได้แย่ลงในระยะยาวแล้ว ยังส่งผลต่ออารมณ์อีกด้วย[2]

วันนี้ MillionLab จะพาไปรู้จักกับสุดยอดอาหารสมองอย่างวิตามินบีรวมหรือที่หลายคนเรียกว่ามัลติวิตามิน (Multi-vitamins) เพื่อป้องกันความล้าสะสมกันค่ะ

อาการล้าทางร่างกายและจิตใจเกิดจากอะไร?

อาการล้าทางร่างกายและจิตใจเกิดจากการที่สมองและกล้ามเนื้อได้รับพลังงาน (แคลอรี) และสารอาหารไม่เพียงพอ ในสภาวะที่ร่างกายกำลังพัก เช่น นั่งอยู่กับที่ เป็นต้น หัวใจและไตต้องใช้พลังงานโดยเฉลี่ย 440 kcal/kg สมองต้องใช้พลังงานโดยเฉลี่ย 240 kcal/kg ตับต้องใช้พลังงาน 200 kcal/kg ในขณะที่กล้ามเนื้อใช้พลังงานเพียง 13 kcal/kg นั่นหมายความว่า แม้ในขณะพัก อวัยวะเหล่านี้ยังคงต้องการพลังงานจำนวนมาก เมื่อได้รับพลังงานและสารอาหารที่ต้องการไม่เพียงพอเป็นระยะเวลานาน ส่งผลให้ร่างกายและจิตใจเกิดอาการอ่อนล้า[2]

รู้จักกับวิตามินบีรวม

วิตามินเป็นสารที่มีความสำคัญต่อร่างกาย มีส่วนช่วยให้ร่างกายสามารถทำงานได้อย่างเป็นปกติ วิตามินที่จะกล่าวถึงในวันนี้คือ วิตามินบีรวม ซึ่งเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ ประกอบด้วย วิตามินบี1 (Thiamine, B1) วิตามินบี2 (Riboflavin, B2) วิตามินบี3 (Niacinamide, B3) วิตามินบี5 (Pantothenic acid, B5) วิตามินบี6 (Vitamin B6) วิตามินบี7 (Biotin, B7) วิตามินบี9 (Folate, B9) และวิตามินบี12 (Cobolamin, B12) วิตามินบีแต่ละตัวไม่ได้ถูกจับรวมกลุ่มกันเพราะมีโครงสร้างคล้ายคลึงกัน แต่ถูกจัดรวมกันเนื่องจากมีความคล้ายคลึงกันในเรื่องความสามารถในการละลายน้ำและประโยชน์ต่อร่างกาย โดยปกติสามารถพบวิตามินบีได้ในคลอโรพลาสต์ (Chloroplasts) ของพืช แต่สำหรับวิตามินบี12 สามารถเกิดจากการสังเคราะห์ของแบคทีเรียในทางเดินอาหารของสัตว์ได้[1]

เหตุผลที่ร่างกายขาดวิตามินบี เกิดจากการที่วิตามินบีมีอัตราการใช้งานในร่างกายต่อวันสูง โดยอยู่ในช่วง 8-100% ซึ่งอวัยวะที่ต้องการวิตามินบีมากที่สุดคือสมอง[1]

ความสำคัญของวิตามีนบีแต่ละตัวต่อสมอง

  1. ไทอามีน (Thiamine, B1) มีส่วนในการเสริมสร้างโครงสร้างของระบบประสาท รวมถึงเส้นประสาทและสารสื่อประสาท[1] เช่น อะซีติลโคลีน (Acetylcholine) กลูตาเมท (Glutamate) และกาบา (GABA)[2]
  2. ไรโบฟลาวิน (Riboflavin, B2) เป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญของกระบวนการหายใจระดับเซลล์ และความสำคัญในการนำวิตามินบี3 ไปใช้งานและการนำกลับมาใช้ใหม่[1]
  3. ไนอาซินนาไมด์ (Niacinamide, B3) มีส่วนช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบประสาท เป็นส่วนประกอบหนึ่งในการสร้างพลังงานในเซลล์สมอง และช่วยปกป้องเซลล์จากสารต้านอนุมูลอิสระ มีความสำคัญในกระบวนการสังเคราะห์และซ่อมแซมดีเอ็นเอ (DNA, Deoxyribonucleic Acid) มีส่วนช่วยในการเปลี่ยนโฟเลท (Folate, B9) ให้อยู่ในรูปพร้อมใช้งาน และยังมีส่วนช่วยลดการอักเสบของเนื้อสมอง
  4. แพนโทเทนิก (Pantothenic acid, B5) เป็นหนึ่งสารสำคัญที่ใช้ในการสังเคราะห์โคเอนไซม์ เอ (Coenzyme A, CoA) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญในร่างกาย โคเอนไซม์ เอ เป็นหนึ่งในสารสำคัญที่ใช้ในการสังเคราะห์คอเลสเตอรอล (Chloresterol) กรดอะมิโน (Amino acids) ฟอสโฟลิปิด (Phospholipids) และกรดไขมัน (Fatty acids) สารเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างของสมอง และมีส่วนช่วยให้เซลล์สมองทำงานได้เป็นปกติ[1] นอกจากนี้ โคเอนไซม์ เอยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์สารสื่อประสาทและฮอร์โมนสเตียรอยด์ (Steroid hormones)[1]
  5. วิตามินบี6 (Vitamin B6) เป็นหนึ่งในสารสำคัญในวัฏจักรของโฟเลท ซึ่งมีความสำคัญในกระบวนการสังเคราะห์สารสื่อประสาทที่สำคัญอย่าง โดปามีน (Dopamine) เซโรโทนิน (Serotonin) กาบา (GABA) นออดรีนาลีน (Noradrenaline) และเมลาโทนิน (Melatonin) และยังมีหน้าที่ในการช่วยสังเคราะห์กรดอะมิโน หากได้รับไม่เพียงพอ อาจส่งผลให้เกิดโรคซึมเศร้า (Depression) สมองเสื่อมถอยลง (Cognitive decline) ความจำเสื่อม (Dementia) รวมถึงความผิดปกติของระบบอัตโนมัติ (Autonomic dysfunction) ซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบประสาทส่วนกลางและการเคลื่อนไหวของร่างกาย[1]
  6. ไบโอติน (Biotin, B7) มีส่วนสำคัญในกระบวนการเผาผลาญน้ำตาลกลูโคสเป็นพลังงาน ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญของสมอง[1]
  7. โฟเลทหรือกรดโฟลิค (Folate or Folic acids, B9) มีความสำคัญในกระบวนเผาผลาญพลังงานของสารสื่อประสาทอย่างเซโรโทนินและโดปามีน ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์[1] และยังมีความสำคัญในกระบวนการสังเคราะห์สารสื่อประสาทอย่าง กาบา นออดรีนาลีน และเมลาโทนินอีกด้วย[2]
  8. โคโบลามิน (Cobolamin, B12) เป็นวิตามินที่ต้องทำงานร่วมกันกับวิตามินบี 9 มีส่วนสำคัญในการทำงานของสมองและระบบประสาท หากได้รับวิตามินทั้งสองชนิดไม่เพียงพอ จะส่งผลให้การซ่อมแซมเซลล์ระบบประสาทไม่สมบูรณ์ การขาดวิตามินบี12 อาจก่อให้เกิดความผิดปกติเกี่ยวกับเม็ดเลือดแดงและนำไปสู่โรคโลหิตจาง (Anaemia) ในที่สุด[1]

จะเห็นว่าวิตามินบีรวมมีความสำคัญกับสมองเป็นอย่างมาก หากรู้สึกอ่อนล้า ไม่สดชื่น เป็นระยะเวลานาน โดยที่ไม่มีความผิดปกติอื่น ๆ รวมด้วย อาจอยู่ในภาวะที่ร่างกายอ่อนล้ากว่าปกติ จึงควรรับประทานวิตามินบีรวมเพิ่ม

สนใจผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงสมองหรือวิตามินรวม ติดต่อเข้ามาพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญได้ที่ Line: @MillionLab ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ

บริษัท พีเอชอาร์ มิลเลี่ยน แลบ จำกัด  ได้รับมาตรฐาน GMP CODEX จากบริษัท URS ประเทศอังกฤษ ได้รับรางวัลธุรกิจยอดเยี่ยมจาก ASEAN BUSINESS AWARD ประเทศสิงคโปร์ และคิดค้นสูตรโดยทีมเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สายตรงกว่า 10 ปี


References

1. Kennedy DO. B Vitamins and the Brain: Mechanisms, Dose and Efficacy–A Review. Nutrients. 2016;8(2):68. Published 2016 Jan 27.

2. Tardy AL, Pouteau E, Marquez D, Yilmaz C, Scholey A. Vitamins and Minerals for Energy, Fatigue and Cognition: A Narrative Review of the Biochemical and Clinical Evidence. Nutrients. 2020 Jan 16;12(1):228.